The Sultan Ahmed Mosque

The Sultan Ahmed Mosque / มัสยิดสุลต่านอาร์เมต  / มัสยิดสีฟ้า / บลูมอสก์ / สุเหร่าสีฟ้า / มัสยิดน้ำเงิน   / Blue Mosque (ในภาษาตุรกีเรียก Sultan Ahmet Camii) ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 1609 – 1616  เป็นการรวมสุดยอดของสถาปัตยกรรมของสองอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ นั่นคืออาณาจักรโรมัน (Roman) และอาณาจักรออตโตมัน (Ottoman) เข้าด้วยกัน ในส่วนของการตกแต่งภายในนั้น ดูหรูหราเว่อร์วังมากด้วยหน้าต่างสองร้อยกว่าบาน สลับสล้างด้วยหน้าต่างกระจกสีอันวิจิตร ส่องแสงสะท้อนเข้าตา มันดูน่าหลงไหลไม่น้อย ว่ากันว่าทุ่มทุนสร้างถึง 7 ปีจนในที่สุดก็กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของตุรกี โดยสร้างขึ้นจากการอยากจะเอาชนะ ‘ตำนาน’ ของวิหาร Hagia Sophia สิ่งที่หลงเหลืออยู่ของตำนาน อันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน ที่ได้ถูกพิชิตไปแล้ว

Sponsor

มัสยิดสีฟ้า ถูกจับวางแข่งกับ Hagia Sophia ให้นักท่องเที่ยวเป็นคนตัดสิน (เพราะอยู่ห่างกันแค่ครึ่งกิโล) ราวกับว่าสงครามระหว่างสองราชอาณาจักรจะไม่มีที่สิ้นสุด… ตากวาดไปที่ลายดอกไม้บนกำแพง กุหลาบ ดอกคาร์เนสชั่น ผสมผสานกันอย่างลงตัวได้อารมณ์แบบแนว “เฮลเลนนิสติก” และกระเบื้องที่มีสีฟ้าสดใส มันรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก งดงามยิ่งนัก บนยอดแหลมยังมีเครื่องประดับที่มีคุณค่าสูงมากมายเว่อร์วังทีเดียวปรกติมัสยิดจะมีหอสวดมนต์ (มินาเร็ต / Minarets) แค่ 1-2 หอเท่านั้น แต่ที่ บูลมอส / สุเหร่าสีฟ้า มีถึง 6 หอ อลังการงานสร้างที่สุดในฤดูร้อนก็จะมีการแสดงแสงสีเสียงประกอบในยามค่ำคืน เสียดายมากที่ต้องตื่นเช้ามากเพื่อเดินทางต่อ…

The Sultan Ahmed Mosque / มัสยิดสุลต่านอาร์เมต  / มัสยิดสีฟ้า/ บลูมอสก์ / สุเหร่าสีฟ้า / มัสยิดสีน้ำเงิน  / Blue Mosque สัญลักษณ์แห่งนครอิสตันบูล เมื่อมาถึงที่นี่ ก่อนอื่นที่ต้องทำเลยคือสวมกระโปรง ถ้าเป็นผู้หญิงต้องมีผ้าคลุมหัว ตามแบบฉบับมุสลิม ถอดรองเท้าและคลุมเท้าด้วยถุงพลาสติกทั้งหมดนี้เค้ามีให้หมดเลยนะ อินดีนะพอได้ปิดหัวเป็นหญิงมุสลิม ข้อดีของการปิดทุกส่วนของร่างกาย ยกเว้นฝ่ามือกับใบหน้าคือลดการถูกคุกคามทางเพศ และป้องกันการถูกดูหมิ่นเกียรติด้วนสรีระของผู้หญิงคนนั้นๆ เป็นการปฏิบัติตามศาสนาที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดบาป และที่บูลมอสยังมีกฏข้อห้ามอีกข้อคือ ห้ามส่งเสียงดัง ถ่ายรูปได้แต่ห้ามเปิดแฟล็ตเด็ดขาดจะรบกวนคนที่ทำละหมาด และอาจทำให้ของเสียหาย ค่อนข้างเคร่งครัด เดินมารอบข้างสุเหร่าจะเห็นที่ฝังศพกษัตริย์และราชวงศ์ ทำให้รู้สึกถึงความขลัง มีกลิ่นอายของแรงศรัทธาอันยิ่งใหญ่

Sponsor

คุณรู้ไหม?

ที่ทางเข้าลานหน้าอาคารด้านตะวันตกของมัสยิด เฉพาะสุลต่านเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปบนหลังม้า แต่ทางเข้าจะมี “โซ่เหล็กขนาดใหญ่” แขวนไว้เพื่อให้สุลต่านต้องลดศีรษะลงทุกครั้งที่เสด็จผ่านเข้าไป ซึ่งเป็นเป็นประเพณีและสัญลักษณ์แห่งการแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนของผู้ปกครองแผ่นดินเมื่ออยู่ต่อหน้า ‘พระผู้เป็นเจ้า’… Wowwww! มีแบบนี้ด้วย เป็นความรู้ที่มหัศจรรย์จริงๆ

Grab The Wonders ^ _ ^


ข้อมูลการท่องเที่ยว

  • ถ้าคุณอยู่ในเมืองแล้ว วิธีที่ง่ายและถูกที่สุดคือเดินทางโดยรถราง (tram) ไปยังสถานี Sultanahmet
  • การสวดมนต์อธิษฐานเกิดขึ้นห้าครั้งต่อวันครั้งละ 90 นาที ฉนั้นช่วงเวลาดังกล่าวมัสยิดจะปิดจะเข้าชมไม่ได้นะคะ
Sultan Ahmet Mahallesi, Atmeydanı Cd. No:7, 34122 Fatih/Istanbul, Turkey