To The Midnight Sun

เวลาคนถาม : มีสถานที่ไหนบ้างที่อยากไปเที่ยวก่อนตาย? หลายคนพูด “Ice land ไปดูแสงเหนือ”… บางคนก็ตอบ “ไปมัลดีฟ แบบสุดหรู” น้อยคนนักที่จะนึกถึงดินแดนที่พระอาทิตย์ที่เจิดจ้าในยามวิกาลท่ามกลางมหาสมุทรอาร์คติก คงเป็นวิวที่หาดูไม่ได้แล้วถ้าคุณไม่ออกเดินทาง… Norway / นอร์เวย์ เป็นอีกสถานที่นึงที่สวยงามไม่แพ้ประเทศไทย มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองเช่นกัน แต่มีมิติที่แตกต่างกันจากประเทศไทย มีอะไรบางอย่างที่ต้องค้นหาและสัมผัส แน่นอนเราคงไม่พลาดที่จะนึกถึง นอร์ธเคป (North cape) ที่อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือมากกว่า Ice Land อีก! เป็นดินแดนที่จะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติแปลกๆ แต่พิเศษ ยอดเยี่ยมสำหรับ คนที่ชื่นชอบในเส้นทางของธรรมชาติ…

ที่นี่ถือเป็นแดนสวรรค์แห่งขั้วโลกเหนือ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า เหตุใดนอร์เวย์กลายเป็นประเทศในฝัน และจุดหมายปลายทางของคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ที่น่าสนใจคือ มีบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์หลายคนที่ชื่นชมใน North Cape ถึงกับลงแรงเดินทางมาพิชิตมันคนแรกคือ Francesco Negr (Franciscan Minister) ซึ่งเขาใช้เวลาเดินทางหลายปีเพราะต้องเจอกับระบบขนส่งสมัยโบราณ แต่ก็สามารถพิชิตมันได้ในช่วงฤดูหนาวของ ปี AD 1664ใน ปี AD 1795 Louis Philippe d’Orléans (ภายหลังขึ้นเป็นกษัตริย์หลุยส์ XVIII ของฝรั่งเศส) ก็เดินทางมาพิชิต North Cape เช่นกันในปี AD 1873 กษัตริย์หนุ่มเชื้อสาย สวีเดนนอร์เวย์ Oscar II ปีนขึ้นไป North Cape ซึ่งสูง 307 เมตร (สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนอย่างมาก) และ

ในปี AD 1907 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงเยี่ยมพร้อมบทพระราชนิพนธ์ ซึ่งพระองค์ได้จารึกพระปรมาภิไธยบนก้อนหินขนาดใหญ่ที่ปัจจุบันได้จัดแสดงไว้ให้ชาวไทยมีความภาคภูมิใจในพระปรีชาสามารถ ที่จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศไทย ทั้งหมดนี้ถือเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้กับนักเดินทางทั่วโลก

Sponsor

แต่ก่อนที่จะพาไปสัมผัสสิ่งมหัศจรรย์ชนิดที่ว่าต้องไปให้สุดขั้วโลกเหนือ ที่ธรรมชาติได้รังสรรค์สร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน จนแทบจะดูดกลืนสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเองพี่ Grab ขอพาเพื่อนๆ ทุกคนต่อเครื่องไปลงที่ Alta และนั่งรถเมล์ต่อมาลงที่ Hammerfest เพื่อเก็บภาพความทรงจำของเมืองก่อน เพื่อเรียกน้ำย่อย เพราะต้องแวะทานอาหารที่นี่ด้วย จากนั้นเรามุ่งหน้าไปยังยอดเขาเพื่อชมวิวทิวทัศแบบพาโรนามาสวยงามเกินคาดเราเก็บภาพกันหลายองศา และบันทึกความทรงจำจนหนำใจ จนสลบไปอีก 1 คืน  จากนั้นรุ่งเช้าก็เดินทางต่อ เพื่อจะได้คว้าสิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่า ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืนเราจะต้องเดินทางไป ฮอนนิงสวัก /Honningsvag ที่ตั้งอยู่บน เกาะแมกเกอร์รอย (Mageroya island) เป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนที่จะถึง นอร์ธเคป (North Cape) ฮอนนิงสวักอาจถือว่าเป็นด่านปราการที่สำคัญก่อนจะเข้าสู่ นอร์ธเคป และเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในดินแดนใกล้ขั้วโลกเหนือ ที่มีมานานนับ หมื่นๆปี จุดนี้เองที่เราได้สัมผัสความเป็นอยู่ของชุมชน ที่นี่นิยมทำการประมง มองจากที่ลาดบนเชิงเขาลงมาจะเห็นบ้านเรือนขนาดเล็กที่เรียงรายไปด้วยตัวอาคารไม้ทาสีสดใส ซึ่งก็ได้แต่งแต้มสีสันให้โลกได้มากมาย เราไล่ระดับไปตามที่ลาดเชิงผาลงมา เป็นเสน่ห์ของ ชาวแลปแลนด์ ที่น่าค้นหาจริงๆ

และแล้ววันนี้เราก็จะมุ่งหน้าไป “North Cape / นอร์ธเคป”… plateau / ที่ราบสูง 307 เมตร ห่างจากกรุงเทพฯ 10,000 กม. แต่อีก 2,000 กม. ก็ถึงขั้วโลกเหนือแล้ว! เป็นจุดที่ดีที่สุดในการชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของ The Midnight Sun ซึ่งสามารถเห็นได้ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนกรกฎาคมเท่านั้น! การเดินทางมาต้องใช้ ทางหลวงเส้น E69 ระหว่างทางมานั้นท้องฟ้าครึ้มๆ เมฆดำลอยปกคลุมทั่วพื้นที่ ฝนตกปอยๆ ตกติดต่อกันมาหลายวันแล้ว และหากโชคดีคงได้เห็นพระอาทิตย์เที่ยงคืน เพราะนี่เป็นการเสี่ยงโชคมาก ซึ่งเราทำใจไว้แล้วก่อนหน้านี้… T_T ทางเลี้ยวลดคดเคี้ยวไปมาแต่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของพืชพันธ์ุนานาชนิด ฝูงกวางเรนเดียร์เพิ่งวิ่งผ่านไป เราวิ่งไล่จับกวางตัวนึงเกือบทัน แต่นั่นก็เป็นเพียงภาพความคิดที่ประสานเป็นหนึ่งเดียวกับเหตุการณ์นั้น^^  ธารน้ำตกไหลมารวมกันตรงทางแยกผสมนำ้ฝนที่เพิ่งตกลงมาจากฟากฟ้ามันชุ่มช่ำหัวใจเป็นที่สุด ทำให้เราไม่เหนื่อยเลย สนุกมากกับการเดินทางครั้งนี้ แม้จะไกลสุดขั้วโลกก็ตาม

ในที่สุดก็มาถึง! “North Cape / นอร์ธเคปดินแดนที่ดูพระอาทิตย์เที่ยงคืนได้สวยที่สุด ซึ่งในสถานที่นั้นมีพิพิธภัณฑ์ไทยนอร์เวย์ หรือ “North Cape Museum” ภายในจะมีพระราชประวัติของรัชกาลที่ 5 ที่ได้เสด็จประพาสนอร์เวย์ ซึ่งความสัมพันธ์ตั้งแต่ครั้งนั้นได้ส่งผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่เราเจอมาแล้ว คือวันที่ไปที่นอร์ธเคปวันนั้นเราเข้ากราบ .5 เราอธิษฐานในใจ ซึ่งในขณะนั้นท้องฟ้ามืดครึ้ม มีหมอกปกคลุมเต็มพื้นที่ แต่พอเมื่อเวลาเกือบใกล้เที่ยงคืน อยู่ดีๆ ท้องฟ้าก็กลับสว่างขึ้น หมอกที่ปกคลุมหายไปทันตา และปรากฏภาพพระอาทิตย์เที่ยงคืนขึ้นขนนิลุกสู้ขึ้นมาทันที! ท่านมาโปรดให้พวกเราได้ตามรอยเสด็จประพาสของท่านแล้ว (มโนไปเองรึเปล่า ฮ่าฮ่าฮ่า) ท่านยังทรงอยู่ในใจคนไทยทั่วล้า ภาพที่ได้เห็นนั้นมันช่างลงตัว เมฆลอยต่ำลงเห็นพระอาทิตย์อยู่เนืองๆ อากาศหนาวเย็นจับใจและอบอุ่นด้วยไออุ่นทะเลอาร์กติกทำให้เกิดหมอกในพื้นที่ได้มาก ซึ่งหมายความว่ามันยิ่งสวยงามมากขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือทะเลสีบรอนซ์ ฟินสุดๆไปเลย ^__^

รู้สึกเติมเต็มจริงๆ ค่ะที่ได้สัมผัสประสบการณ์นี้ ได้คว้าสิ่งมหัศจรรย์ Midnight Sun บันทึกไว้ให้เพื่อนๆ ดูก่อนเพื่อนๆ ตัดสินใจว่าจะแพ็คของออกเดินทางหรือไม่…

Grab The Wonders รายงานจาก ละติจูด 71.1710° N ลองจิจูด 25.7837° E ค่ะ

ข้อมูลการท่องเที่ยว

  • ใช้เว็บไซต์จองตั๋วเครื่องบิน https://www.cheapoair.com/ ถ้าคุณมาจากสนามบิน Oslo & Bergen
    • Oslo Airport —> Honningsvag Airport 700 USD 2 ชั่วโมง non-stop
    • Bergen Airport —> Honningsvag Airport 750USD 4.5 ชั่วโมง 1 stop
  • ใช้เว็บไซต์จองตั๋วเครื่องบิน https://www.expedia.com/ ถ้าคุณมาจาก Geiranger : Alesund Airport —> Honningsvag Airport – ราคาและระยะเวลาแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตัวเลือกของคุณ
  • เมื่อคุณมาถึง ฮอนนิงสวัก คุณสามารถใช้แท็กซี่ หรือขึ้นรถบัส : Honningsvag Airport —> North Cape (Boreal Buss AS211 – 1 hour  1 ชั่วโมง)
9764 Nordkapp, Norway

Sponsor

ความรู้ทั่วไป

สิ่งที่เราเห็นจริงๆ แล้วเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทั่วไป แต่เกิดขึ้นใน 2 สถานที่ๆไม่ธรรมดา (ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้) ถ้าคุณอยู่ขั้วโลกเหนือคุณจะเห็นดวงอาทิตย์ตลอด 6 เดือน (Midnight Sun) และพบกับความมืดเป็นเวลา 6 เดือน (Polar Night) ในขณะเดียวกันสถานการณ์ตรงกันข้ามจะเกิดขึ้นที่ขั้วโลกใต้