Shirakawa-go

มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์และสถานที่ในฝันของอุ้มมาหลายปีแล้วตั้งแต่ออกเดินทางรอบโลก โดยที่ไม่ได้ใช้ทัวร์ หรือมีแผนการเดินทางอย่างชัดเจน เราจองตั๋วเครื่องบินไปเกียวโตแบบฉับพลันและเริ่มการผจญภัยทันที… ใช่ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ชิราคาวาโกะเคยเป็นหมู่บ้านที่ถูกตัดขาดออกจากโลกภายนอกเพราะหมู่บ้านนั้นถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขา และอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวน สมัยก่อนการเดินทางมาที่นี่ในหน้าหนาวนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีและการขนส่งสมัยใหม่เราสามารถเข้าถึงหมู่บ้านมรดกโลกแห่งนี้ได้… แต่จะไปอย่างไรละ !!จะต้องถามใครจะพูดกับคนรู้เรื่องไหม (ไม่รู้จะใช้ภาษาไหนดี ญี่ปุ่น อังกฤษ หรือภาษามือ สรุปใช้หมด ><) จะเจอกับสภาพอากาศอย่างไร แต่สิ่งมหัศจรรย์นี้อุ้มจะคว้ามาให้ได้… เราจะสัมผัสชิราคาว่าโกะในฤดูหนาวที่เมื่อก่อนเป็นไปไม่ได้สำหรับคนภายนอก อุ้มจะบันทึกความงดงามของชิราคาว่าโกะหมู่บ้านมรดกโลกท่ามกลางหิมะที่ตกลงมาอย่างรุนแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อน จากมุมมองของนกที่โบยบินบนท้องฟ้า Shirakawa-go –> Here we go!

ติ้งต่อง…ขบวนรถไฟชินคันเซ็นเข้าเทียบท่า เรารีบวิ่งขึ้นไปเพื่อเดินทางจากเกียวโต ไปเปลี่ยนรถไฟที่ Nagoya ในเวลา 40 นาที ค่าตั๋วนั้นประมาณ 5,590 เยน พอหายเมื่อยแล้วก็ไปต่อรถไฟสาย Hida Express ไป Takayama ค่าตั๋วประมาณ 4,260 เยน กินเวลา 2 ชั่วโมง 35 นาที รวมการเดินทางทั้งหมดใช้เวลาเดินทางทั้งหมดรวม 4 ชั่วโมงเศษ จากการนั่งรถไฟ 2 ครั้ง เวลาคอยรถไฟและนั่งแทกซี่มาถึงโรงแรม Takayama Kanko (ซึ่งมาถึงตอนกลางคืน)…. ถึงแล้วว!! ฮะ ฮา ฮ้า… จากการเดินทางนี้มีข้อแนะนำ 2 ข้อนะคะ 1. บาง platform รถไฟจะไม่มีห้องพักคอยรถไฟนะจ้ะ ฉนั้นแต่งตัวให้อุ่นไว้จะดีกว่า 2. รถแท๊กซี่ที่เมือง Takayama หายาก ถ้าหาไม่เจอให้ชัวร์คือให้กลับไปที่สถานนีรถไฟจะมีรถแท๊กซี่จอดคอยผู้โดยสารอยู่ตลอด

Sponsor

มาถึงโรงแรมก็ค่ำพอดี เหนื่อยมาทั้งวันของีบสักหน่อยกับบรรยากาศโรงแรมสุดชิว ถือโอกาสแช่ออนเซ็นแบบส่วนตัว outdoor ตอนเช้าซะเลยก่อนมุ่งหน้าซื้อตั๋วรถ bus ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม เป็นตั๋วเพื่อไปกลับ Takayama <—> Shirakawa-gō ในราคา 4,420 เยน มาลงที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะเลยใช้เวลาประมาณ 45 นาทีก็ถึง หมู่บ้านที่มีความคลาสสิคและแฝงด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหา ต้องมาเห็นกับตา อ้าปากค้างไปเลยเรา คืองดงามบรรยายไม่ถูกเลยและที่นี่ได้รับให้เป็นหมู่บ้านมรดกโลกโดย UNESCO ในปี 1995 มีเอกลักษณ์ตรงทรงบ้านที่มีสไตล์แบบกัสโชสึคุริ ( Gassho-Zukuri ) คือบ้านชาวนาโบราณที่มีอายุมากถึง 250 ปี ตั้งอยู่ในหุบเขาข้างหลังที่เห็นสวยๆนั้น มีแม่น้ำ Shogawa ไหลยาวตลอดตามแนวสันเขาจาก Gifu ไปจนถึง Toyama… บ้านสไตล์แบบกัสโชสึคุริมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างโดยโครงสร้างของบ้านไม่ใช้ตะปูในการสร้าง Amazing มากๆ มีความละเอียดอ่อนของวัสดุที่ใช้สร้างได้อย่างน่าทึ่ง โดยวัสดุเหล่านั้นทำมาจากธรรมชาติถึง100% และที่เป็นจุดเด่นตรงหลังคาที่นำเอาต้นหญ้าแห้งที่เคยปลูกไว้มามุงหลังคา นับเป็นแนวภูมิปัญญาชาวบ้านที่ชาญฉลาด อีกอย่างที่น่าสังเกตุคือหลังคานั้นมีมุมประมาณ 60 องศา ลักษณะที่ไม่เหมือนใครนี้สามารถป้องกันการเกาะตัวทับถมของหิมะที่ตกหนักในหน้าหนาวได้เป็นอย่างดี (หิมะไหลออกได้ง่าย) ส่วนโครงสร้างภายในมี 3-4 ชั้น สร้างอย่างพิถีพิถัน บ้านสไตล์นี้หาดูที่อื่นไม่ได้แล้วในโลก

นักโบราณคดีพบร่องรอยของชีวิตมนุษย์ดึกดำบรรพ์ที่เก่าแก่ที่สุดในชิราคาวาโกะจากสิ่งประดิษฐ์ที่พบเจอย้อนหลังไปตั้ง 2,300-7,000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช จุดเด่นที่สำคัญของหมู่บ้านชิราคาวาโกะคือเป็นตัวอย่างของการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในสมัยนั้นที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมสังคมและเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี โดยมีรากฐานการปกครองแบบระบบรวมกลุ่มช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อนบ้านด้วยกัน อุ้มว่าที่นี่น่ายกให้เป็นตัวอย่างของความสามัคคีที่ดีเยี่ยม สมแล้วที่ได้รับให้เป็นหมู่บ้านมรดกโลก…ในอดีตหมู่บ้านแห่งนี้นิยมทำนาแบบดั้งเดิม เนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขา แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สำเร็จเท่าที่ควร ชาวเกษตรจึงเปลี่ยนเป็นทำหัตกรรม ปลูกพืช ทำฟาร์ม ยกตัวอย่างเช่น ปลูกข้าวฟ่าง มีการผลิตกระดาษญี่ปุ่นที่ทำจากเส้นใยปอสา แต่ก็ยังไม่เข้าขั้นมากเท่าที่ควร รายได้ยังไม่สูง มีแต่อุตสาหกรรมไหมเท่านั้นที่ทำรายได้ให้อยู่รอดได้ ซึ่งหมู่บ้านชิราคาวาโกะเป็นพื้นที่ปิด ที่กินบริเวณกว้างสำหรับเตียงเลี้ยงไหม และการเก็บรัษาใบหม่อน จึงเป็นที่มาของการสร้างบ้านสไตล์กัสโช ( Gassho )เช่นกัน

Sponsor

พูดง่ายๆว่ามาที่นี่เราต้องหาชอต เลยเอาโดรนขึ้นไปบินเพื่อเก็บภาพ มันเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆที่ฟ้าประทานให้หิมะหยุดตกเพียง 7 นาที เอาจริงๆนะคะคือคู่มือโดรนบอกว่าห้ามขึ้นในสภาพอากาศอย่างนี้เด็ดขาด แต่ก็นะเอาไงเอากัน (เพราะกว่าจะไปถึงนี่ยากลำบาก กระเป๋าก็หนัก T_T ค่าเดินทางก็อีกนะ…) และแน่นอนก็เพื่อให้เพื่อนๆได้ชมภาพที่งดงาม ฮิฮิ (^ – *) วินาทีนั้นมันช่างตื่นเต้นเหลือเกิน คือแบบลมพัดมาค่อนข้างแรงจนชอตสุดท้ายโดรนเกือบตก ฮึๆ รอดตายมาได้ 555 > 0< หวังว่าชอบกันนะ

Grab The Wonders

Ogimachi, Shirakawa, Ono District, Gifu Prefecture 501-5600, Japan